โรคข้อมูลท่วม
posted on 08 Mar 2011 18:07 by whoaskyouทุกวันนี้โรคฮิตติดลมบนของหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ นอกจาก Office Syndrome สุดฮิตแล้ว อันดับรองลงมาก็น่าจะเป็น โรคข้อมูลท่วม หรือ Flood Data
สังเกตนะคะว่าเป็น Flood Data ไม่ใช่ flood Info.
ตามทฤษฏีวิศวกรรม ฉบับซอรียะห์ ปี2010, Info (เมชั่น) เป็นข้อมูลที่คุณต้องการ คุณกำลังจะทำอะไรซักอย่างกับมันและคุณจำเป็นต้องใช้มัน คุณกลั่นกรองมันมาจากกองข้อมูลทั่วไปเท่าที่คุณจำเป็นต้องใช้ ดังนั้น คุณไม่มีทางเกิดอาการ Flood Info เด็ดขาด
อาจจะยกเว้นนิดหน่อยในกรณีที่คุณกรองข้อมูลสะระตะออกมาแล้วเกิด Error ไปพักหนึ่งว่า ขั้นตอนต่อไปสำหรับข้อมูลเหล่านั้นคืออะไร อันนี้ความผิดคุณแระ ![]()
ส่วน Data คือข้อมูลทั่วไปที่คุณยังไม่จำเป็นต้องใช้
ข้อมูลพวกนี้ มันจะเป็น Info หรือ Data สำหรับคุณ ก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณจะใช้มันหรือไม่...ก็เท่านั้น
เคยนับกันไหมว่า ใน 1 วัน คุณได้รับเมลล์
รับแล้ว คุณอ่านมันอย่างถี่ถ้วนกี่ฉบับ
อ่านอย่างถี่ถ้วนแล้ว คุณ Processงานต่อจากมันกี่ฉบับ
เมื่อ Process แล้ว คุณส่งต่อหาบุคคลที่ควรจะเป็นคน Process ขั้นต่อไป กี่ฉบับ
เมื่อส่งต่อแล้ว คุณ Follow พวกมันกี่ฉบับ และปิดงานด้วยตัวเองบ่อยแค่ไหน
เชื่อสิว่าไม่มีใครได้ 100 % หรอก ส่วนใหญ่ ไม่ถึง 50% ต่อวันด้วยซ้ำ เพราะมันจะเยอะมาก
เกิดเป็นอาการข้อมูลท่วมขึ้นมา นั่นก็คือ นู่นก็ต้องอ่าน นี่ก็ต้องอ่าน อ่านแล้วก็ต้องเรียบเรียง ทำเมลล์ 3 ฉบับให้เป็นเรื่องเดียวกันและต้องเรียบเรียงใหม่เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องท่านอื่นๆเข้าใจและหากไม่เคลียร์ ก็ต้องตามไปอธิบายด้วยเมลล์ฉบับที่ 2-3 หรือ 4... ตาย! วันๆตอบแต่เมลล์
เคยรู้สึกว่า ถูกโรคข้อมูลท่วมคุกคามหนักๆ ก็ตอนอยู่มหาลัยปีสุดท้ายน่ะนะ
ปีนั้นเป็นปีที่เราต้องทำ Senior Project เพื่อขอจบ คิดว่าหลายๆคนคงยังจำความลำบากตรากตรำกันได้
โดนโรคข้อมูลท่วมคุกคามก็เพราะว่าไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอะไร ทำยังไง สิ่งที่เกิดขึ้นก็เลยกลายเป็นว่า นู่นก็ต้องอ่าน นี่ก็ต้องอ่าน ต้องทำ ต้องเทส ต้องทดสอบ ทำรายงาน จด Log ฯลฯ 24ชม.ในหนึ่งวัน ไม่เคยพอใช้ 
แต่พอจบมาซัก 5 ปี เมือมองย้อนกลับไปถึงตัวเองตอนนั้นก็จะพบว่า เป็นเพราะเรา Manage Procedure ไม่ดีพอ เราจัดลำดับขั้นตอนและคัดเลือกวิธีการไม่ดีพอ ทำให้เราคว้าเปะปะ.... เลยเหมือนจะจมข้อมูลตาย
คิดว่า เด็กม.ปลายที่ใกล้จะเอ็นท์ ก็น่าจะมีอาการเดียวกันนี้นะ? หรือไง?
แล้วพอเป็นแล้ว ทำยังไงดีล่ะทีนี้? ขอตอบว่า ไม่รู้เหมือนกันค่ะ สิ่งที่เราทำได้ และทำง่ายด้วยก็นาจะเป็น ไป Sound คนอื่นบ้างว่า ในเหตุการณ์เดียวกันนี้ คนอื่นเค้าทำกันยังไง
อย่างน้อย ก็คงไม่ได้มีเราคนเดียวที่ต้องทำ(งาน) เราคนเดียวที่ต้องเอนท์ หรือเราคนเดียวที่ปั่นโปรเจ็ค .... หรอกเนอะ
คิดว่าเป็นค่ะ555+
แต่ก็รู้สึกดีที่ได้เจอนะ ทำให้เราได้เรียนรู้หลายอย่าง
จากที่ได้คำแนะนำหลายๆอย่างมา แล้วเอามาปรับใช้
แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำให้ดีได้100%
ออกแนวว่าถ้าชั้นได้ลองเอนท์ใหม่
มันคงจะทำได้ดีกว่าเิดิมแน่
เพราะผ่านชั่วโมงบินมาหลายชั่วโมงแล้ว
#1 By บลาบลาซัง(baba-san) on 2011-03-08 19:23