สิ่งที่ไม่ใช้ แต่ก็ไม่กล้าทิ้ง
posted on 06 Nov 2010 22:43 by whoaskyouเคยมีกันบ้างไหม ของที่ไม่มีประโยชน์ หรือไม่ได้ใช้กันอีกต่อไปแล้ว แต่ก็ไม่กล้าทิ้ง หรือตัดใจทิ้งไม่ลงซักทีน่ะค่ะ ยะมี 5 อันดับในดวงใจที่เอามาลองเขียนให้อ่านกันดู เผื่อจะตรงกับของใครบ้าง
1. กางเกงในเก่าๆ
ถึงแม้จะเอวยานขาย้วยลูกไม้ขาดปรุทะลุเป็นรูเอานิ้วแม่โป้งแหย่ได้ หรือสีตกใส่จนลืมสีเดิมไปแล้วและบางทีก็ขาดเป้า (เนื่องจากอะไรก็แล้วแต่) แต่ก็ไม่กล้าทิ้งซะทุกทีไป
2. กล่องและบรรจุภัณฑ์ใส่เครื่องสำอาง
เนื่องจากสามียะเป็นเกย์ เธอจึงมีเครื่องสำอางเยอะมากกกกกก ขยันซื้อขยันใช้ มีเครื่องสำอางหน้าใหม่เข้าบ้านไม่เว้นแต่ละอาทิตย์
และด้วยความเป็นหนุ่มสำอางหัวสูง เครื่องสำอางเธอจึงเป็น Brand name ล้วนๆ ทำให้ทั้งขวดทั้งกล่องสวยอย่าบอกใคร
ยะมีกล่องกระดาษทรงนั้นทรงนี้เก็บไว้เป็นลังๆ ห่อพลาสติกเรียงไว้อย่างดี ส่วนอีกหลายลังก็เต็มไปด้วยขวดแก้วว่างๆทรงต่างๆรวมไปถึงขวดน้ำหอมที่สะสมไว้หลายปีตั้งแต่สมัยแรกอยู่กับเต๊ก เต็มไปหมด เรื่องนี้ทำให้เต๊กหงุดหงิดใจเป็นอย่างมาก เพราะพอตอนนี้ที่ห้องเก็บของพัง ยะกลัวฝุ่นจะจับ จึงย้ายกล่องพวกนี้ไปฝากไว้ที่ห้องเต๊ก (ความผิดมึงเองนะอิหอย รับผิดชอบด้วย) ห้องเต๊กจึงแคบลงไปทันตาเห็น เพราะมันเยอะ
ตัวยะเอง ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่า กุจะเก็บไว้ทำไมเนี่ย แต่ก็ทำใจให้ทิ้งไม่ได้ นึกอยู่ตลอดเวลาที่จับต้องมันว่า มันต้องทำอะไรได้ซักอย่างสิน่า .. ต้องได้สิน่า อย่าเพิ่งทิ้งเลย.. เหมือนคนบ้า คนที่ดูจะชอบใจเป็นพิเศษคงเป็นทิมมี่ละมั้ง ทิมมี่สนใจด้านวาดๆเขียนๆ ลงสีลงสัน ก็ชอบมาคุ้ยๆเลือกๆบรรดาสมบัติบ้าของยะเอาไปเป็นแบบวาดรูป บางอันก็ยึดเอาไปเลย แล้วแปะโบแปะริบบิ้นคริสตัลสายสร้อยย้อยระย้าอะไรของเค้า แล้วก็เอาไว้ใส่พวกต่างหูปากกาไปเรื่อย แถมระยะหลังๆยังชอบมาถามเรื่องเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ทำของพวกนี้ด้วย เดือดร้อนเต๊กต้องพาลูกไป SCG Museum ที่ถนนเลียบทางด่วนเพื่อไปดูของพวกนี้ทุกๆวันหยุด (ของเต๊ก) ....
เอาน่า อย่างน้อยก็ไม่เสียเปล่าละนะ
3. เครื่องประดับพังๆ
ยะเป็นคนแต่งตัวนะ แต่งตัวในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเครื่องสำอางเรียงเป็นชั้นๆ หรือเสื้อผ้าล้นตู้หรอกนะ ยะมีเสื้อผ้าไม่กี่ชุด ทุกชุดล้วนเป็นสีดำหรือโทนดำ เพราะใส่แล้วดูผอมดี (กร๊ากกกส์... ก็กุอ้วนง่ะ ให้ทำไง) แต่จะหนักไปทางเครื่องประดับมากกว่า ยะมีเครื่องประดับสำหรับทุกโอกาส แท้มั่ง เทียมมั่ง แต่บางอันถึงจะรู้เต็มอกว่าเทียม แต่เวลามีคนมาชม กลับยืดอกภูมิใจ ไม่บอกความจริงเค้าซะงั้นว่ามันเทียมนะจ๊ะ ...
ก็ไม่ได้โกหกนิ ก็แค่ไม่พูดอะไรเฉยๆ ฮ่าๆๆ (เราต้องไม่เรียกว่าของเทียมนะคะ เราจะเรียกมันว่าของจำลองค่ะ กรั่กๆๆ)
ไม่เหมือนเต๊กที่เน้นเสื้อผ้าเป็นหลัก ทั้งเนื้อทั้งตัวฮีมีแค่แหวนแต่งงานเท่านั้นที่เป็นเครื่องประดับ (แต่มันมีเสื้อเชิ้ตคนเดียว 42 ตัวค่ะพี่น้องยะเพิ่งรื้อออกมานับเมื่อวาน ใน 1 เดือนทำงานแค่ 22 วัน หรือบางทีก็ไม่ถึง มันใส่คนเดียว 42 ตัว !!)
ทีนี้ พอเครื่องประดับบางอันมันชำรุดไป ยะก็ตัดใจทิ้งไม่ลงซะงั้น แรกๆยังเข้าข้างตัวเองว่า เฮ้ย...มันเป็นทองแท้นะ เอาไปซ่อมได้ เสียค่ามือนิดหน่อย ... แต่หลังๆมา กลายเป็นว่า แม้จะเป็นคริสตัลสำเพ็ง หรือไข่มุกสะพานควาย แม้กระทั่งพลอยจตุจักร ยะก็เก็บไว้หมด
แต่ไม่ใส่
กองไว้
แล้วก็ลืม....
ร้อนถึงคุณลูกๆต้องหมั่นมาคุ้ยๆเลือกๆว่าเค้าชอบใจอันไหน แล้วก็หอบไปทำงานฝีมือเค้าเป็นระยะๆ
4. หนังกะติ๊กรัดถุงกับข้าว หรือยางวง หรืออีลัสติก (มีชื่ออื่นอีกมะ?)
ยะเป็นแม่บ้านสมัยใหม่ ทำกับข้าวได้น้อยมาก และด้วยความที่แพ้ฝุ่นอย่างแรงจึงทำกับข้าวพวกที่ต้องใช้ส่วนผสมเป็นผงๆไม่ได้เลย อาจตายคาครัวได้ กับข้าวส่วนมากจึงต้องพึ่งน้องแม่บ้าน (ที่จริงๆแล้วเป็นพี่เลี้ยงของลูก) หรือไม่ก็ต้องซื้อเข้ามากินเป็นถุงๆ
ทีนี้พอซื้อกับขาวมาเป็นถุงๆ มันก็จะมีหนังกะติ๊กรัดปากถุงมาด้วย จะทิ้งจะทิ้ง ใจก็ยังบอกว่า เอาน่า อาจเอาไว้รัดอย่างอื่นได้ ซึ่งมันก็ได้รัดจริงๆ อย่างเช่นแบงค์ยี่สิบจากกระปุกออมสินลูกตอนจะเอาไปฝากแบงค์ หรือรัดปากถุงขยะหรืออื่นๆซึ่งอัตราการใช้ออกมันน้อยกว่าอัตราการรับเข้าเยอะโข พยายามบอกให้ลูกๆเอาไปร้อยเป็นเส้นๆแล้วเล่นกระโดดยางสิลูก อิลูกก็ทำหน้าแบบว่า อยู่ดีไม่ว่าดี ทำไมต้องไปโดดยางให้เจ็บเท้า ตัวเปื้อนด้วย...
(ยะเกิดมาในท้องถิ่นที่ถ้าเด็กหญิงคนไหนโดดยางไม่ได้จะถูกเหยียดหยามมาก)
ยะเคยรวบใส่ถุงไปให้แม่ค้าแถวบ้านทีนึง แต่ก็ได้รับการตอบรับแบบเฉยชามาก เลยไม่มีแก่ใจจะถ่อเอาไปให้ เพราะปกติก็ไม่ค่อยได้ซื้อกับข้าวจากตลาดนั้นอยู่แล้ว ครั้นจะหอบเอาไปให้แม่ค้าที่ซื้อกันบ่อยๆ ก็ไม่มี time line ที่แน่นอนว่าจะได้ไปตอนไหน ร้อนถึงเต๊กต้องรวบใส่ถุง แล้วก็ยัดลงกล่อง แล้วก็ยัดเข้าห้องเก็บของไปเรื่อยๆ... ไม่ต้องเดาก็รู้ค่ะตอนนี้มันต้องอพยพตัวเองจากห้องเก็บของไปอยู่ไหน
ก็ที่เดียวกับบรรดากล่องเครื่องสำอางนั้นแล 
5. สมุดงานเก่าๆของลูกๆ
ก็นะ... แต่ละเล่มเต็มไปด้วยความทรงจำ อาทิเช่น เล่มนี้มีรูปที่ทิมมี่หัดระบายสีเป็นครั้งแรก เล่มนี้มี A – Z ที่จินนี่หัดเขียนเป็นครั้งแรกอยู่ ฯลฯ อะไรเทือกๆนี้แหละ ลูกๆสองคนของยะก็ขยันหาอะไรใหม่ๆมาหัดมาทำอยู่เสมอ ยะก็เลยมีของพวกนี้อยู่เต็มไปหมด กองเป็นตั้งๆ อันไหนแหล่มๆก็เอามาใส่กรอบโชว์ที่โต๊ะทำงานเสียเลย .... แต่ที่เหลือก็ยังทิ้งไม่ลงอยู่ดี ....
เฮ้อ... คนเป็นแม่ก็แค่เนี๊ยะ..
edit @ 21 Jan 2011 19:25:57 by ใครถามยะ
กางเกงในนี่เวลาจะทิ้งมันอายๆยังไงก็ไม่รู้เนอะ T^T อยากเอาไปเผาในป่าจัง...
#1 By Hayashi Kisara on 2010-11-07 04:22