มีเรื่องมาเล่าให้ฟัง ไม่รู้มันจะสามารถเป็นอุทาหรณ์หรืออะไรได้หรือเปล่านะ แต่สำหรับตัวยะ ยะว่า มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับคนสมัยนี้เลยทีเดียว

 

ที่ออฟฟิศยะในอีกแผนกนึงกำลังมองหาคนจะมาทำการตลาดแบบใหม่อยู่ เค้าต้องการ 2 คน หญิงคน ชายคน เพื่อเอามาทำด้านนี้เลยอย่างเดียว เกี่ยวกับพวกรถยนต์ๆนี่แหละ แต่ทีนี้ เค้าไม่อยากไปประกาศหารับจากที่ไหนก็ไม่รู้ เค้าก็เลยถามๆผ่านๆกันมาภายในบริษัทนี่แหละว่า ใครมีเพื่อนหรือรุ่นพี่รุ่นน้องที่มี Ability ตามนี้ๆๆบ้าง

 

ยะก็ส่ง CV ของเพื่อนคนหนึ่งไปให้ เพราะเพื่อนคนนี้ ดูๆจากใบประกาศคุณสมบัติของแผนกนั้นที่เค้ารีเควสมา ก็น่าจะเข้าเค้าอยู่ แถมนางก็กำลังหางานอยู่ด้วย พี่เค้าก็รับไป แล้วอีก 2-3 วันหลังจากนั้น พี่เค้าก็มาถามยะว่า มี fb ของเพื่อนคนนี้ป่าว ?

Laughing 

 

 

 

ทีแรกยะก็ไม่เข้าใจว่า จะรับสมัครงาน มันเกี่ยวอะไรกับ fb วะ ถ้าจะบอกว่าไม่มี เดี๋ยวจะหาว่าเพื่อนกรูมันตกยุคหรือเปล่า หรือถ้ามันมี คุณพี่เค้าจะนัดสัมภาษณ์ผ่านทางนั้นหรืออย่างไร

 

แต่ยะก็เปิดให้ดูแหละ พี่เค้าก็บอกว่า ขอนั่งดูหน่อย ซัก 10 นาทีนะ ยะก็เลยทิ้งโต๊ะไว้ให้ ให้เค้าคลิกๆดูอะไรไปตามใจชอบ

 

ซักพัก พี่เค้าก็เดินมาบอก (ยังไม่ถึง 10 นาทีเลย) ว่า พี่ไม่เอาคนนี้นะ ยะก็ตกใจ เฮ้ย เหี้ยแระ มันไปเจออะไรแปลกๆใน fb รึเปล่าวะ? เลยถามพี่เค้าว่า เกิดอะไรขึ้นคะพี่? พี่เค้าก็เลยบอกว่า มา... พี่จะชี้ให้ดู

 

วานเน้ไปเกงเข้ากับเพิ้ลสาวมา อาร่อยมั่กๆคร๊า (มีรูปอาหารๆๆๆ)

คิกถึงคุงนะคร๊า จุ๊ฟจุ๊ฟจุ๊ฟ (ไม่มีรูปอะไร)

เรื่องเฮี้ยๆ ก็ปล่อยให้คงเฮี้ยๆจักกานปายคะ (ไม่มีรูปอะไร)

 

หลายๆโพสที่เหลือก็เป็นรูปหน้าตัวเองในแบบโคลสอัพ ทำหน้าแบ๊วๆ ตาโตๆ ปากจู๋ๆ หันซ้ายบ้างขวาบ้างไม่ค่อยถ่ายรูปหน้าตรงเพราะต้องการโชว์จมูกโด่งๆที่ไปเสริมมา

 

ฯลฯ

 

 

 

 

พี่แผนก             “จบตรี มศว. จบโท เกษตร ใช่มะน้องคนนี้น่ะ”

ซอรียะห์            “ค่ะ”

พี่แผนก             “อายุเท่ายะรึเปล่า”

ซอรียะห์            “ไม่เท่าค่ะ แก่กว่ายะ 2 ปี”

พี่แผนก             “แล้วยะจบไรมา ที่เดียวกันมะ”

ซอรียะห์            “ปล่าวพี่ ของยะ ตรี คลอง 6 โท เอแบค”

พี่แผนก             “นั่นไง... ยะอ่านแล้วไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ

                         คนจบโทมา เค้าเขียนอะไรกันแบบนี้เหรอ”

ซอรียะห์            (-_____-)”

 

 

จะว่าไป ยะก็อันเฟรนด์กับมันไปหลายรอบแล้วแหละ Add Add Un Un อยู่นั่นตามอารมณ์ ถอดออกที มันก็โทรมาที ลบกูทำมายยยยย แล้วก็ส่งรีเควสมาอีก

 

สาเหตุเหรอ? ก็ตัวสะกดภาษาเทพของมันน่ะแหละ ไอ้ข้างบนนั่น ก็อปปี้มาช็อตต่อช็อตเลยนะ เพราะบางคำ ยะอ่านไม่ออกจริงๆว่ะ ไม่รู้ว่ามันเป็นสัญลักษณ์แทนคำว่าอะไรกันแน่ กุละเบื่อ

 

พิมพ์ผิดมันก็เรื่องนึงนะ ไอ้พิมพ์แบบนี้ มันก็เป็นอีกเรื่องนึงนะ น่าเศร้าใจมากที่ต้องเป็นคนโทรไปบอกมันเองว่า เฮ้ยเพื่อน... เค้าไม่รับมึงเพราะ fb มึง มันแสดงตัวตนชัดเจนไปหน่อยว่ะ แน่นอน เพื่อนก็ตอบกลับมาว่า เฮ้ย! ไอ้ fb เนี่ยมันเป็นเรื่องส่วนตัวกูนะเว้ย มายุ่งไรวะ?

 

คือยะก็เข้าใจเว้ยว่ามันเป็น Account ส่วนตัวของมึง แต่ในเมื่อข้อมูลมันลอยล่องว่องวนอยู่บนโลกไซเบอร์ จะมาบอกว่า นี่เป็นพื้นที่ส่วนตัว มันค่อนข้างเป็นไปได้ยากน่ะนะ (ที่สำคัญ มึงเปิด Public ไว้ด้วยนี่คะ ได้ข่าว) นั้นแล....  มันเป็นกฎของเค้า มันเป็นเกณฑ์วัดของเค้า ก็ช่วยไม่ได้ที่เค้าจะดึงเอา fb มาเป็นหนึ่งในการพิจารณาตัวตนของคนที่จะรับมาเข้าทีม

 

ว่าแล้วก็รีบไปดู Account ตัวเองอย่างด่วนเลย เผื่อกุจะเผลอเขียนอะไรแปลกๆไว้ (แต่พอดีแทบไม่ได้เล่น โฮ่ๆ)

 

 

 

 

ใครโกง?

posted on 16 Jan 2012 16:39 by whoaskyou

 

เมื่อหลายปีก่อน เคยไปกินกาแฟที่ร้านกาแฟสุดชิคแห่ง (ใครรู้ว่าชิคแปลว่าอะไรกันแน่ แปลให้ยะฟังหน่อย – ขอบคุณค่ะ) หนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ เป็นร้านที่น่านั่งมาก แต่โคตรเงียบ ไม่มีคน ยะก็เลยเลือกมันเพราะอยากนั่งอ่านอะไรๆไปด้วย

 

ปรากฏว่า พอรับออเดอร์ครั้งแรกแล้ว แม่พนักงานคนนั้นก็มุดหัวเงียบหายเข้าไปในคอกคิดเงินแล้วก็ไม่กลับออกมาอีกเลย มิไยจะมีลูกค้าใหม่เข้ามาสองสามราย แล้วก็ต้องเดินออกไป เพราะมันไม่มารับออเดอร์ซักที ไอ้เราก็จะสั่งกาแฟซะหน่อย เมื่อกี้สั่งไปแต่น้ำเปล่า มันก็ทำหูทวนลม ไม่ว่าจะเรียก น้องคะ น้องขา โบกมือหย็อยๆหรืออะไรก็ตาม

 

รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ จนกระทั่งผ่านไปนานมาก ยะก็เลยโมโห วางเงินค่าน้ำไว้ 50 บาท แล้วก็เดินออกจากร้านไป ทีนี้ อิหอยเน่านั่น มันก็วิ่งออกมาเลยเว้ย บอกว่า เงินที่ทิ้งไว้ไม่พอ

 

น้ำแร่นั่นราคา 45 บาท แต่มีค่า Service Charge + Vat 17% ด้วย รวมทั้งหมดจะต้องเป็น 52.65 ก็คือ 53 บาทละมั้ง มันว่าต้องเอาให้มันอีก 3 บาท แต่ยะไม่ให้

 

ยะบอกมันว่า หล่อนทำอะไรบ้างเหรอ ถึงสมควรได้รับ 10% นั้น ค่าน้ำ 45 บาท ชั้นเหลือไว้ให้หล่อน 5 บาท แต่ชั้นไม่รับรู้หรอกว่ามันจะกลายไปเป็นค่าห่าอะไรต่อ แต่ที่รู้คือ ชั้นไม่จ่ายเพิ่ม มีไรป่ะ?

 

อิหอยเน่าตั้งหน้าตั้งตาจะเอาเรื่อง ... เอาม่ะ ยะคิดในใจว่า ซักพักคงได้ตบกับสาวเชียงใหม่เป็นแน่แท้ ก็พอดีรถคูเป้สีขาวเข้ามาจอดเทียบข้างฟุทบาตพอดี คุณผู้ชายที่ท่าทางจะเป็นเจ้าของร้านก็เดินลงมาถามว่า มีอะไรกัน อิหอยเน่าตั้งท่าจะเล่า ยะชิงเล่าก่อนว่า ชั้นจะสั่งกาแฟ ลูกค้าอีก 3 รายก็จะสั่งของแต่หล่อนคนนี้มุดอยู่แต่ในคอก ชั้นไม่พอใจและรออยู่ 45 นาที ก็เลยจ่ายแต่ค่าน้ำแร่และ Vat แต่ไม่จ่ายค่า service charge หล่อนก็เลยวิ่งหน้าเริ่ดออกมาทวงเงินส่วนที่เหลือ ตอนนี้ชั้นกำลังจะไปกินร้านที่อยู่ถัดไปอีกซอย แต่มันมาขวางทางไว้ ถ้าพูดอีก 2 คำไม่รู้เรื่อง ชั้นจะตบมัน

 

คุณผู้ชายถามยะมาคำนึงว่า จริงหรือ? ยะเลยตอบว่า คุณมีกล้องนะ ตั้ง 3 ตัว ไปย้อนดูเอาเองละกัน อย่าลืมนับจำนวนลูกค้าที่เดินเข้ามานั่งแล้วก็เดินออกไปเฉยๆซะด้วยล่ะ รับรองว่าเยอะอ่ะ ....  แล้วยะก็เดินจากมา

 

หลังจากนั้นอีกราวๆ 6 เดือน ยะกลับไปทำงานที่เชียงใหม่อีกครั้ง ขับรถผ่าน ร้านกาแฟร้านนั้นกลายเป็นร้านขายไส้อั่วน้ำพริกหนุ่มไปแล้ว (ไม่น่าแปลกใจซักนิด)

 

ไม่ไม่...  เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่จะเล่าวันนี้เลยแม้แต่น้อย แค่นึกผูกมันเข้าด้วยกันเท่านั้นเอง

----------------------------

 

เมื่อกลางวันไปกินเตี๋ยวเป็ดกับเพื่อนอีก 8 คนรวมเป็น 9 ชีวิต ที่ร้านนี้ ความจริง มันก็ขึ้นชื่อเรื่องความห่วยของรสชาติอยู่แล้วนะ แพงด้วย แต่ไม่มีทางเลือกเพราะเราลงมาช้าเอง ตอนเที่ยงๆ หายากมากที่จะมีร้านไหนเหลือโต๊ะให้นั่ง นอกจากจะห่วยจริงๆ เก้าอี้ถึงว่างโหวงแบบร้านนี้น่ะ 

 

เห็นเพื่อนๆมากันเยอะ เลยคิดจะสั่งน้ำแบบขวด เพื่อนคนหนึ่งก็ถามว่า น้ำกระเจี๊ยบขวดหนึ่งขายเท่าไหร่ ป้าแก่บอกขวดละ 80 บาท เราเลยบอก งั้นเอามาขวดหนึ่ง และขอน้ำแข็งเปล่า 9 แก้ว

 

ป้าแก่แย้งว่า แต่น้ำขวดหนึ่งมันเทได้ 8 แก้วนะ แก้วที่ 9 สั่งน้ำอะไร เพื่อนบอกว่า ไม่เป็นไร จะเทให้พอ 9 แก้วน่ะแหละ สั่งมาเป็นขวดนะ ไม่เอาแบบแก้ว ขวดละ 80 บาท กับน้ำแข็งเปล่า 9 แก้ว

 

รวมราคาซิว่าเท่าไหร่ น้ำแข็งเปล่าแก้วละ 2 บาท ทั้งหมด (เฉพาะค่าน้ำนะ) คือ 98 บาท... ใช่มะ?

 

พอคิดเงินมาจริงๆ ปรากฏว่า ค่าน้ำมันกลายเป็น 108 บาท อิป้าแก่ให้เหตุผลว่า เป็นเพราะพวกเราเทน้ำได้ 9 แก้ว แกก็เลยคิดราคาน้ำกระเจี๊ยบเพิ่มจาก 80 เป็น 90 บาท ....

 

จริงๆ ถ้าจะคิดเป็นรายแก้วน่ะ เราควรจะจ่ายแค่ 90 บาทด้วยซ้ำไป เพราะถ้าสั่งเป็นแก้ว มันจะเป็นแก้วละ 10 บาท แต่เราต้องการเอามาเทแบ่งๆกัน แบบได้น้ำแข็งเยอะหน่อย เพื่อจะได้ใส่น้ำชา หรืออะไรลงไปทีหลังได้ เพราะน้ำกระเจี๊ยบมันหวานมาก แต่เมื่อเราเทแบบแค่ค่อนๆแก้ว มันก็เลยพอแบ่งกัน 9 แก้ว แทนที่จะเป็น 8 แก้ว แล้วเราก็โดนคิดเงินเพิ่มมาอีก 10 บาทซะยังงั้น...  เหี้ยมั๊ยเนี่ย

 

พอเห็นพวกเราทำท่าไม่พอใจ อิแก่นี่ก็พูดเสียงดังแบบไม่พอใจว่า ทำไม จะโกงเหรอ?!?!

 

โท้.... ใครจะโกงมึ้งงง กะอีแค่ 10 บาทเนี่ย เพื่อนยะอีกคนที่เป็นกะเทยเลยหันไปตอบเสียงดังๆว่า ไม่กล้าหรอกคร๊า.... เจ้าของร้านชิงโกงซะก่อนแล้วแบบนี้น่ะ โต๊ะที่เหลือระวังให้ดีนะคะ วันดีคืนดี น้ำแข็งในแก้วท่านละลายกลายเป็นน้ำเปล่า คุณป้าแก่คนนี้จะคิดเงินค่าน้ำเปล่าท่านเพิ่มอีก ฐานมีน้ำเปล่ากินเพิ่มในร้านเค้า แล้วเราก็จ่ายเงินครบๆจำนวนน่ะแหละ พร้อมอาศัยคนหมู่มากเดินสบถก่นด่าออกมาในทำนองเดียวกันว่า กุจะไม่มากินร้านมึงอีกแล้ว จะโพนทะนาให้ทั่วตึกเลยด้วย เอาเด่ะ...

 

ป้าแก่ทำท่าไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะกระเทยควายสองคนเดินเบิกทางออกไปนู่นแล้ว

 

 

 

ก๋วยเตี๋ยวเป็ดซอยคอนแวนต์นะคะพี่น้อง เจ้าที่อยู่ในซอกฝั่งตรงข้ามกับเซนต์โยน่ะ

 

 

คำพูดที่เป็นหัวเรื่องวันนี้ เป็นของแม่เฒ่าคนนึงที่ยะเคยคุยด้วยสมัยก่อน

 

ตอนนั้นเป็นปี 35 มั้ง? หรือไงนี่แหละ น้ำท่วมทุกหย่อมหญ้า ฝายกั้นน้ำที่แม่ฮ่องสอนแตก น้ำไหลท่วมเมือง คนบ้านป่าบ้านดอยรู้จักน้ำท่วมก็อิตอนนั้นแหละ มันขึ้นวืบๆ แล้วมันก็ลงวืดๆด้วยความรวดเร็ว ไม่เกินสองสามวัน เหลือทิ้งไว้แ